เข้าสู่ระบบ

ค้นหาแบบด่วน

Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
12345678910

ชีวิตที่มีเต็มไปด้วยเกลือ

PDFPrintE-mail


        รู้ หรือเปล่า .... ชีวิตแบบไหนคือชีวิตที่น่าเบื่อที่สุด ตอบให้จากประสบการณ์ก็ได้ คือชีวิตที่เอาแต่เล่น เอาแต่สนุก เอาแต่หาความสุข สนองอารมณ์ใส่ตัวเอง? แล้วจะบอกให้ว่าทำไม่มันถึงน่าเบื่อ เซ็ง และหน่ายอย่างที่สุด !!!
        ชีวิต ที่จริงจังนั้นสามารถเปิดช่องว่างให้มีการหาความสุขหรือเพลิดเพลินที่ฮะลาล (อนุมัติ)ได้ในสัดส่วนที่พอเหมาะ เหมือนอาหารที่มีเกลืออยู่สัก 4-5 เปอร์เซ็นต์ อาหารนั้นก็มีรสชาด อาหารของบางคนก็อาจใส่เกลือที่แตกต่างกัน แต่ก็ไม่สามารถใส่มากได้ อาจเพียง 1 ถึง 7 เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้ได้รสชาดถูกปากตัวเอง แต่สิ่งที่เราต้องกินก็ยังคงเป็นอาหารหลัก... คือข้าว 

        แต่ เราลองนึกดูซิ ชีวิตที่มีแต่เรื่องสนุก ก็เหมือนชีวิตที่มีแต่เกลือเป็นส่วนใหญ่ ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ แม้จะมีข้าวอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครกินลงไปได้หรอก หรือถ้าต้องกิน ก็เดาไม่ออกว่าหน้าตาคนกินเป็นอย่างไร?

         สัดส่วนระหว่าง ความจริงจังกับการผ่อนคลาย ถูกเศาะฮะบะฮฺ บางท่านเปรียบเหมือนสัดส่วนระหว่าง ข้าวกับเกลือ อิสลามไม่ปฏิเสธการผ่อนคลายและความบันเทิงที่ฮะลาล แต่ก็ยอมรับมันในฐานะสิ่งปรุงรสชาดเท่านั้น

         หากเราสามารถใส่เกลือลงไปในอาหารได้ถูกต้อง หากเราสามารถผ่อนคลายและหยอกล้อด้วยอารมณ์ขันที่พอดี ชีวิตของเราก็เต็มไปด้วยรสชาด ...

         อุละมาอ์ท่านหนึ่งได้เปรียบชีวิตว่า ชีวิตที่มีความจริงจังเป็นหลักสามารถมีความผ่อนคลายและบันเทิงได้ แต่ชีวิตที่มีแต่การผ่อนคลายและบันเทิงเป็นหลักไม่สามารถมีความจริงจังได้  คือเหมือนกับข้าวทั้งจานสามารถเติมเกลือให้อร่อยได้ แต่เกลือทั้งจานใส่ข้างสองสามเม็ด ไม่มีใครกินได้หรอก... เป็นโทษอย่างมหันต์

         นี่ แหละที่ผมบอกว่า ชีวิตพวกเราที่เน้นความสนุก ความบันเทิง เป็นหลัก ไม่อาจพบความจริงจังได้ ดูซิชีวิตของหนุ่มสาวมุสลิมจำนวนมาก เอาแต่ดูทีวี เล่นเกมส์ จีบสาว จะได้ยินเรื่องอิสลามก็แค่ละหมาดวันศุกร์ หรือยิ่งกว่านั้นบางคนได้ยินแค่วันอีด หรือยิ่งกว่านั้นไม่เคยได้ยินเลย... นี่คือชีวิตที่มีแต่เกลือ

         ชีวิต ที่มีแต่เกลืออย่างนี้ อย่าคิดว่าจะสนุกบันเทิงตลอดไปน่ะ ไม่นานนักเกลือมันก็เริ่มออกฤทธิ์ เริ่มมีอาการผิดธรรมชาติที่เกิดจากปรุงอาหารผิดพลาดนี้ตามมา ชีวิตก็เริ่มจำเจ พยายามจะเปลี่ยนสีสันหาความสุขใส่ชีวิตวันแล้ววันเล่า แต่ก็ไม่อาจรักษาความสุขเอาไว้ได้... จนวันหนึ่ง ผมพบว่าคนพวกนี้บางคนถึงกับตะโกนออกมาอย่างสุด ๆ เลยว่า เบื่อชีวิต(โว้ย)

         ความสุขที่แท้จริงของคนเรานั้นมาจากวิถีชีวิตที่สนองต่อธรรมชาติของเราได้อย่างสมดุล คน เราถูกสร้างให้กินข้าวสุก คงไม่มีใครไปกินหญ้าเหมือนปศุสัตว์ มีคนเคยลองแล้ว แต่อยู่ได้เพียงสัปดาห์เดียว ต้องกลับมากินข้าวสุกเหมือนเดิม…

ความ สุขที่แท้จริงของคนเรานั้นถูกกำหนดโดยพระผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งได้กำหนดให้ความสุขนั้นผูกอยู่กับสัจธรรม(อัล-ฮักกฺ) การได้ดื่มด่ำกับสัจธรรม การได้อุทิศชีวิตเพื่อสัจธรรม ... นี่คือสิ่งที่ชีวิตเราต้องเอาจริงเอาจัง นี่เป็นแก่นสารที่กำหนดให้ชีวิตมนุษย์มีความสุข

         การ ใช้ชีวิตให้มีความสุขเป็นศิลปะ ชีวิตที่เหมือนการปรุงอาหาร คือการใช้ชีวิตด้วยความเอาจริงเอาจัง แต่ก็มีสัดส่วนของการบันเทิงผ่อนคลายที่พอเหมาะ ไม่ใช่ชีวิตที่แข็งทื่อ ทำหน้าเหมือนยักษ์ทั้งวัน เหมือนคนแบกโลกไว้ทั้งโลก แต่ก็ไม่ใช่ชีวิตที่เอาแต่สนุกสนานบันเทิงใจ วัน ๆ เอาแต่กินชา เที่ยวห้าง...

        ไม่ มีวันที่ความใฝ่ฝันของคนหนุ่มสาวมุสลิมที่มีอุดมการณ์ทั้งหลายจะบรรลุได้เลย หากเราเป็นคนที่เต็มไปด้วยเรื่องไร้สาระ หรือวัน ๆ เอาแต่ยุ่งกับเรื่องคนอื่น ไม่มีทาง...

        กลับมาเถิด... กลับมาถมชีวิตด้วยความเอาจริงเอาจัง เอาจริงเอาจังกับเรื่องอิสลาม เอาจริงเอาจังกับปัญหาของเพื่อนมนุษย์ มาช่วยกันถมเวลาทั้งวันทั้งคืนของพวกเราให้หมดไปกับความเอาจริงเอาจัง …

..........................................................
ที่มา